The Viral Hits Awards 2569AWARDS 2026
หน้าแรกรวมสาขากติกา

© 2026 บริษัท เดอะ ไวรัล ฮิตส์ จำกัด

กติกาการร่วมโหวตนโยบายความเป็นส่วนตัว

ประกาศความเป็นส่วนตัวและข้อกำหนดการลงคะแนนออนไลน์

The Viral Hits Awards 2026

วันที่มีผลใช้บังคับ: 20 ตุลาคม 2569

ฉบับที่: 1.0

บริษัท เดอะ ไวรัล ฮิตส์ จำกัด ซึ่งดำเนินงานสำนักข่าว The Viral Hits และเป็นผู้จัดงาน The Viral Hits Awards 2026 (“บริษัท”) ให้ความสำคัญกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลและความโปร่งใสของระบบลงคะแนน จึงจัดทำประกาศฉบับนี้เพื่อแจ้งให้ผู้ใช้ระบบลงคะแนน (“ผู้ใช้” หรือ “ผู้ลงคะแนน”) ทราบถึงการเก็บรวบรวม ใช้ เปิดเผย และรักษาความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคล รวมถึงเงื่อนไขที่เกี่ยวข้องกับการลงคะแนน

การเข้าใช้งานและลงคะแนนถือว่าผู้ใช้ได้อ่าน รับทราบ และยอมรับข้อกำหนดการลงคะแนนฉบับนี้แล้ว ทั้งนี้ การรับทราบประกาศความเป็นส่วนตัวไม่ถือเป็นการสละสิทธิตามกฎหมายของผู้ใช้

1. ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล

ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลคือ:

  • บริษัท เดอะ ไวรัล ฮิตส์ จำกัด
  • ผู้ดำเนินงานสำนักข่าว The Viral Hits
  • เว็บไซต์: www.theviralhitsawards.net
  • LINE Official: @theviralhits.th

2. ข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทอาจเก็บรวบรวม

บริษัทอาจเก็บรวบรวมข้อมูลเท่าที่จำเป็นต่อการดำเนินระบบลงคะแนน ดังต่อไปนี้

  • ข้อมูลระบุตัวตน เช่น ชื่อ นามสกุล ชื่อบัญชีผู้ใช้ หรือรหัสสมาชิก
  • ข้อมูลติดต่อ เช่น หมายเลขโทรศัพท์ อีเมล หรือบัญชีสื่อสังคมออนไลน์
  • ข้อมูลเกี่ยวกับการลงคะแนน เช่น สาขารางวัล รายชื่อผู้เข้าชิงที่เลือก จำนวนครั้ง วันและเวลาที่ลงคะแนน
  • ข้อมูลทางเทคนิค เช่น หมายเลข IP ประเภทอุปกรณ์ ระบบปฏิบัติการ เบราว์เซอร์ หมายเลขเซสชัน คุกกี้ และข้อมูลบันทึกการใช้งานระบบ
  • ข้อมูลด้านความปลอดภัยและการป้องกันการทุจริต เช่น Device Identifier หรือ Device Fingerprint โดยประมาณ ประวัติความถี่ในการลงคะแนน ผลการตรวจสอบ CAPTCHA พฤติกรรมที่ผิดปกติ และข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการระงับหรือยกเลิกคะแนน
  • หลักฐานการรับทราบและยอมรับ เช่น วันเวลา หมายเลข IP รหัสผู้ใช้ รุ่นของข้อกำหนดและประกาศความเป็นส่วนตัวที่ผู้ใช้กดยอมรับ
  • ข้อมูลอายุหรือช่วงอายุ เฉพาะเท่าที่จำเป็นสำหรับตรวจสอบความสามารถในการให้ความยินยอม
  • ข้อมูลอื่นที่ผู้ใช้สมัครใจให้แก่บริษัทผ่านช่องทางติดต่อหรือการร้องเรียน

บริษัทไม่มีวัตถุประสงค์เก็บข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหว เช่น เชื้อชาติ ศาสนา ความคิดเห็นทางการเมือง สุขภาพ ประวัติอาชญากรรม ข้อมูลชีวภาพ หรือรสนิยมทางเพศ ผู้ใช้จึงไม่ควรส่งข้อมูลดังกล่าวเข้าสู่ระบบ เว้นแต่บริษัทได้แจ้งฐานกฎหมายและมาตรการคุ้มครองเพิ่มเติมไว้โดยเฉพาะ

3. แหล่งที่มาของข้อมูล

บริษัทอาจได้รับข้อมูลจาก:

  • ผู้ใช้โดยตรงในระหว่างการลงทะเบียน ลงคะแนน หรือติดต่อบริษัท
  • อุปกรณ์ เบราว์เซอร์ และระบบเครือข่ายของผู้ใช้โดยอัตโนมัติ
  • ผู้ให้บริการยืนยันตัวตน ระบบ OTP ระบบ CAPTCHA ระบบรักษาความปลอดภัย หรือแพลตฟอร์มที่ผู้ใช้เลือกเชื่อมต่อ
  • ผู้ให้บริการเทคโนโลยีซึ่งดำเนินการตามคำสั่งของบริษัท

4. วัตถุประสงค์และฐานกฎหมาย

บริษัทอาจประมวลผลข้อมูลเพื่อวัตถุประสงค์ต่อไปนี้

  • ลงทะเบียน ยืนยันตัวตน รับ และบันทึกคะแนนของผู้ใช้
  • ตรวจสอบสิทธิและจำนวนครั้งที่สามารถลงคะแนน
  • ป้องกัน ตรวจจับ และสอบสวนการลงคะแนนซ้ำ การใช้โปรแกรมอัตโนมัติ การปลอมแปลงตัวตน การแทรกแซงระบบ และการทุจริตทุกรูปแบบ
  • ตรวจสอบความถูกต้องของผลคะแนน จัดทำบันทึกการตรวจสอบ และรับรองความน่าเชื่อถือของผลรางวัล
  • ดูแลความมั่นคงปลอดภัย แก้ไขข้อผิดพลาด และพัฒนาประสิทธิภาพของเว็บไซต์
  • ติดต่อผู้ใช้เกี่ยวกับการลงคะแนน การตรวจสอบบัญชี เหตุด้านความปลอดภัย หรือข้อร้องเรียน
  • ปฏิบัติตามกฎหมาย คำสั่งศาล หรือคำสั่งของหน่วยงานที่มีอำนาจ
  • ก่อตั้ง ใช้ ปฏิบัติตาม หรือยกขึ้นต่อสู้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย
  • จัดทำสถิติและรายงานในรูปแบบรวม หรือในรูปแบบที่ไม่สามารถระบุตัวบุคคลได้
  • ส่งข่าวสาร ประชาสัมพันธ์ หรือข้อเสนอทางการตลาด เฉพาะเมื่อผู้ใช้ได้ให้ความยินยอมแยกต่างหาก

ฐานกฎหมายที่บริษัทอาจใช้ ได้แก่ ความจำเป็นเพื่อดำเนินการตามคำขอหรือข้อกำหนดที่ผู้ใช้ยอมรับ ประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของบริษัทในการบริหารการลงคะแนนและป้องกันการทุจริต การปฏิบัติตามกฎหมาย และความยินยอมสำหรับกิจกรรมที่กฎหมายกำหนดให้ต้องได้รับความยินยอม

5. ความจำเป็นในการให้ข้อมูล

ข้อมูลที่กำหนดว่าเป็นข้อมูลจำเป็นต้องใช้เพื่อรับรองตัวตน บันทึกคะแนน ตรวจสอบจำนวนครั้ง และรักษาความปลอดภัยของระบบ

หากผู้ใช้ไม่ให้ข้อมูลที่จำเป็น บริษัทอาจไม่สามารถรับคะแนน ยืนยันคะแนน หรือตรวจสอบความถูกต้องของคะแนนนั้นได้

บริษัทจะไม่กำหนดให้ผู้ใช้ต้องยินยอมรับข่าวสารทางการตลาดหรือคุกกี้ที่ไม่จำเป็นเป็นเงื่อนไขในการลงคะแนน

6. การเปิดเผยข้อมูล

บริษัทอาจเปิดเผยข้อมูลเฉพาะเท่าที่จำเป็นแก่:

  • ผู้พัฒนาและผู้ดูแลเว็บไซต์
  • ผู้ให้บริการเซิร์ฟเวอร์ คลาวด์ ฐานข้อมูล CDN ระบบรักษาความปลอดภัย และระบบสำรองข้อมูล
  • ผู้ให้บริการ OTP อีเมล SMS การเข้าสู่ระบบ และ CAPTCHA
  • ผู้ตรวจสอบระบบ ผู้สอบบัญชี ที่ปรึกษากฎหมาย หรือผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัย
  • ผู้ร่วมดำเนินงานที่มีหน้าที่เกี่ยวข้องกับการตรวจสอบและรับรองผลคะแนน
  • ศาล เจ้าหน้าที่ตำรวจ หน่วยงานรัฐ หรือผู้มีอำนาจตามกฎหมาย
  • บุคคลอื่นเมื่อจำเป็นต่อการก่อตั้ง ใช้ หรือป้องกันสิทธิเรียกร้องของบริษัท

ผู้รับข้อมูลที่ทำหน้าที่เป็นผู้ประมวลผลข้อมูลต้องดำเนินการตามคำสั่งของบริษัท มีหน้าที่รักษาความลับ และจัดให้มีมาตรการคุ้มครองข้อมูลที่เหมาะสม

บริษัทจะไม่จำหน่ายข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ลงคะแนนให้แก่บุคคลภายนอก

7. การส่งข้อมูลไปต่างประเทศ

ในกรณีที่บริษัทใช้บริการคลาวด์ ระบบวิเคราะห์ ระบบยืนยันตัวตน หรือผู้ให้บริการเทคโนโลยีซึ่งมีเซิร์ฟเวอร์อยู่ต่างประเทศ บริษัทจะดำเนินการตามหลักเกณฑ์การส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลไปต่างประเทศ และจัดให้มีมาตรการคุ้มครองที่เหมาะสมตามกฎหมาย

8. ระยะเวลาเก็บรักษาข้อมูล

  • ข้อมูลผู้ลงคะแนนและประวัติการลงคะแนนทั่วไป เก็บไม่เกิน 12 เดือนนับจากวันประกาศผลอย่างเป็นทางการ
  • ข้อมูลทางเทคนิคและบันทึกด้านความปลอดภัย เก็บไม่เกิน 12 เดือนนับจากวันที่บันทึก
  • ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับคะแนนผิดปกติ การร้องเรียน ข้อพิพาท หรือการดำเนินคดี จะเก็บจนกว่าเรื่องจะยุติและพ้นระยะเวลาที่จำเป็นต่อการใช้หรือป้องกันสิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย
  • หลักฐานการยอมรับข้อกำหนด รุ่นของประกาศ บันทึกความยินยอม และบันทึกการถอนความยินยอม อาจเก็บไว้เท่าที่จำเป็นเพื่อพิสูจน์การปฏิบัติตามกฎหมาย โดยสูงสุดไม่เกิน 10 ปี
  • ผลคะแนนรวมและข้อมูลที่ทำให้ไม่สามารถระบุตัวบุคคลได้แล้ว อาจเก็บรักษาไว้เพื่อสถิติ ประวัติศาสตร์ และการตรวจสอบผลรางวัล

เมื่อพ้นระยะเวลาดังกล่าว บริษัทจะลบ ทำลาย หรือทำให้ข้อมูลไม่สามารถระบุตัวบุคคลได้ เว้นแต่กฎหมายอนุญาตหรือกำหนดให้เก็บรักษาต่อไป

9. มาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัย

บริษัทจะใช้มาตรการทางองค์กร ทางกายภาพ และทางเทคนิคที่เหมาะสม เช่น การเข้ารหัสข้อมูล การจำกัดสิทธิการเข้าถึง การยืนยันตัวตนหลายขั้นตอน การเก็บบันทึกการใช้งาน การสำรองข้อมูล การตรวจสอบช่องโหว่ และแผนตอบสนองเหตุละเมิดข้อมูล

อย่างไรก็ตาม การส่งข้อมูลผ่านอินเทอร์เน็ตไม่อาจรับประกันความปลอดภัยได้อย่างสมบูรณ์ ผู้ใช้มีหน้าที่รักษาความลับของรหัสผ่าน OTP และอุปกรณ์ของตน และต้องแจ้งบริษัททันทีเมื่อพบการใช้งานโดยไม่ได้รับอนุญาต

10. สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล

ภายใต้เงื่อนไขของกฎหมาย ผู้ใช้มีสิทธิ:

  • ขอเข้าถึงและขอรับสำเนาข้อมูล
  • ขอแก้ไขข้อมูลให้ถูกต้องและเป็นปัจจุบัน
  • ขอรับหรือขอโอนข้อมูลในกรณีที่กฎหมายกำหนด
  • คัดค้านการประมวลผลข้อมูล
  • ขอให้ลบ ทำลาย หรือทำให้ข้อมูลไม่สามารถระบุตัวบุคคลได้
  • ขอระงับการใช้ข้อมูล
  • ถอนความยินยอมได้ทุกเมื่อ โดยไม่กระทบต่อการประมวลผลที่ชอบด้วยกฎหมายก่อนการถอน
  • ร้องเรียนต่อสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

การถอนความยินยอมด้านการตลาดจะไม่กระทบสิทธิในการลงคะแนน อย่างไรก็ตาม การขอลบหรือคัดค้านข้อมูลที่จำเป็นต่อการตรวจสอบคะแนนก่อนสิ้นสุดกระบวนการ อาจทำให้บริษัทไม่สามารถยืนยันคะแนนดังกล่าวได้ บริษัทจะแจ้งผลกระทบให้ผู้ใช้ทราบก่อนดำเนินการ

11. ผู้เยาว์

ผู้มีอายุต่ำกว่า 20 ปีควรใช้ระบบภายใต้การรับรู้และการอนุญาตของผู้ใช้อำนาจปกครองตามที่กฎหมายกำหนด

กรณีผู้ใช้มีอายุไม่เกิน 10 ปี การให้ความยินยอมเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลต้องดำเนินการโดยผู้ใช้อำนาจปกครองที่มีอำนาจกระทำการแทนผู้เยาว์

บริษัทมีสิทธิขอข้อมูลหรือหลักฐานเพิ่มเติมเพื่อยืนยันอายุ ความสัมพันธ์ และอำนาจของผู้ให้ความยินยอม โดยจะเก็บเท่าที่จำเป็นและใช้เพื่อวัตถุประสงค์ดังกล่าวเท่านั้น

12. การใช้คุกกี้

บริษัทอาจใช้:

  • คุกกี้ที่จำเป็น เพื่อรักษาความปลอดภัย จดจำเซสชัน ป้องกันการลงคะแนนซ้ำ และให้เว็บไซต์ทำงานได้
  • คุกกี้วิเคราะห์ เพื่อวัดประสิทธิภาพและพัฒนาระบบ
  • คุกกี้การตลาด เพื่อจัดทำโฆษณาหรือเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับความสนใจ

คุกกี้ที่ไม่จำเป็นจะเปิดใช้งานเมื่อผู้ใช้ให้ความยินยอมแล้วเท่านั้น ผู้ใช้สามารถปฏิเสธหรือเปลี่ยนการตั้งค่าได้โดยไม่กระทบสิทธิในการลงคะแนน เว้นแต่คุกกี้นั้นจำเป็นต่อความปลอดภัยหรือการทำงานหลักของระบบ

13. การแก้ไขประกาศ

บริษัทอาจแก้ไขประกาศนี้เพื่อให้สอดคล้องกับกฎหมาย เทคโนโลยี หรือรูปแบบการดำเนินงาน โดยจะแสดงวันที่มีผลใช้บังคับและหมายเลขฉบับอย่างชัดเจน

หากเป็นการเปลี่ยนแปลงสาระสำคัญ บริษัทจะแจ้งให้ผู้ใช้ทราบและขอความยินยอมใหม่ในกรณีที่กฎหมายกำหนด

ข้อกำหนดและเงื่อนไขการลงคะแนน

14. คุณสมบัติและการรับรองของผู้ลงคะแนน

ผู้ลงคะแนนรับรองว่า:

  • ข้อมูลที่ให้แก่บริษัทเป็นความจริง ถูกต้อง และเป็นข้อมูลที่ตนมีสิทธิใช้
  • จะลงคะแนนด้วยตนเองและปฏิบัติตามจำนวนครั้งหรือรอบเวลาที่บริษัทกำหนด
  • จะไม่แอบอ้าง ใช้บัญชี หรือใช้ข้อมูลของบุคคลอื่นโดยไม่ได้รับอนุญาต
  • หากเป็นผู้เยาว์ ได้ดำเนินการตามเงื่อนไขเรื่องความยินยอมของผู้ใช้อำนาจปกครองแล้ว

15. หลักเกณฑ์การลงคะแนน

  • ผู้ใช้สามารถลงคะแนนได้ไม่จำกัดจำนวนครั้ง ในแต่ละสาขา
  • การลงคะแนนจะสมบูรณ์เมื่อระบบแสดงข้อความยืนยันและบันทึกรายการในฐานข้อมูลของบริษัทแล้ว
  • คะแนนที่แสดงระหว่างเปิดโหวต หากมี อาจเป็นข้อมูลเบื้องต้นและอาจเปลี่ยนแปลงหลังการตรวจสอบ
  • คะแนนอย่างเป็นทางการคือคะแนนที่ผ่านกระบวนการตรวจสอบและรับรองโดยบริษัท
  • การลงคะแนนไม่มีค่าใช้จ่าย เว้นแต่ค่าบริการอินเทอร์เน็ตหรือโทรคมนาคมที่ผู้ใช้ชำระแก่ผู้ให้บริการของตน

16. การกระทำต้องห้าม

ห้ามผู้ใช้หรือบุคคลใด:

  • ใช้บอต สคริปต์ มาโคร โปรแกรมอัตโนมัติ หรือระบบปัญญาประดิษฐ์เพื่อสร้างคะแนน
  • สร้างหรือใช้หลายบัญชี หลายหมายเลข หรือหลายตัวตนเพื่อหลีกเลี่ยงข้อจำกัด
  • ปลอมแปลงหมายเลข IP ข้อมูลอุปกรณ์ หรือข้อมูลยืนยันตัวตน
  • ใช้ VPN, Proxy, Emulator หรือเครื่องมืออื่นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อปกปิดตัวตนหรือหลีกเลี่ยงระบบตรวจจับ
  • ซื้อ ขาย แลกเปลี่ยน จ้าง หรือเสนอผลประโยชน์เพื่อสร้างคะแนนที่ไม่เป็นไปตามธรรมชาติ
  • เจาะระบบ รบกวนระบบ ส่งคำขอจำนวนมาก หรือเข้าถึงข้อมูลโดยไม่มีสิทธิ
  • ข่มขู่ หลอกลวง หรือบังคับบุคคลอื่นให้ลงคะแนน
  • กระทำการอื่นใดที่ขัดต่อกฎหมาย ความสุจริต หรือเจตนารมณ์ของการลงคะแนน

17. การตรวจสอบและยกเลิกคะแนน

เพื่อคุ้มครองความถูกต้องของผลรางวัล บริษัทมีสิทธิ:

  • ใช้ระบบอัตโนมัติและการตรวจสอบโดยเจ้าหน้าที่เพื่อค้นหารูปแบบคะแนนผิดปกติ
  • จำกัดความถี่ ขอ CAPTCHA ขอ OTP หรือขอข้อมูลยืนยันเพิ่มเติม
  • ระงับบัญชี อุปกรณ์ หมายเลขโทรศัพท์ หมายเลข IP หรือช่องทางที่มีเหตุอันควรสงสัย
  • พักคะแนนเพื่อการตรวจสอบ
  • ไม่นับ หักออก หรือยกเลิกคะแนนที่เกิดจากการทุจริต ความผิดพลาด การใช้โปรแกรมอัตโนมัติ หรือการฝ่าฝืนข้อกำหนด
  • ตรวจสอบคะแนนย้อนหลัง แม้ระบบจะแสดงผลว่าลงคะแนนสำเร็จแล้ว
  • เก็บรายละเอียดของกลไกตรวจจับบางส่วนไว้เป็นความลับ เพื่อป้องกันการหลีกเลี่ยงระบบ

บริษัทจะพิจารณาจากข้อมูลและพยานหลักฐานที่ตรวจสอบได้ โดยบันทึกเหตุผลและผลการดำเนินการไว้ในระบบตรวจสอบภายใน

18. หลักฐานทางอิเล็กทรอนิกส์

ผู้ใช้รับทราบว่าบันทึกอิเล็กทรอนิกส์ของบริษัท เช่น วันเวลา หมายเลข IP ข้อมูลอุปกรณ์ OTP บันทึกเซิร์ฟเวอร์ ประวัติการยอมรับข้อกำหนด และประวัติการลงคะแนน อาจนำมาใช้เป็นหลักฐานในการตรวจสอบข้อเท็จจริงหรือดำเนินการตามกฎหมายได้

ข้อความนี้ไม่เป็นการตัดสิทธิผู้ใช้ในการนำเสนอพยานหลักฐานโต้แย้งตามกฎหมาย

19. การเปลี่ยนแปลง ระงับ หรือยุติการลงคะแนน

บริษัทอาจขยาย ลด ระงับ ยกเลิก หรือเริ่มการลงคะแนนใหม่ทั้งหมดหรือบางส่วน เมื่อเกิด:

  • ความผิดพลาดทางเทคนิคหรือข้อมูลสูญหาย
  • การโจมตีทางไซเบอร์หรือการทุจริตเป็นวงกว้าง
  • เหตุสุดวิสัย เหตุฉุกเฉิน หรือเหตุที่อยู่นอกเหนือการควบคุม
  • คำสั่งจากหน่วยงานรัฐหรือศาล
  • เหตุอื่นที่จำเป็นเพื่อรักษาความถูกต้องและความน่าเชื่อถือของผลรางวัล

บริษัทจะแจ้งการเปลี่ยนแปลงที่มีสาระสำคัญผ่านเว็บไซต์หรือช่องทางที่เหมาะสม

20. ข้อจำกัดความรับผิด

เท่าที่กฎหมายอนุญาต บริษัทไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายจากระบบอินเทอร์เน็ต อุปกรณ์ของผู้ใช้ ผู้ให้บริการภายนอก เหตุสุดวิสัย หรือเหตุที่บริษัทไม่สามารถควบคุมได้ตามสมควร

บริษัทไม่รับรองว่าเว็บไซต์จะไม่มีข้อผิดพลาดหรือสามารถใช้งานได้ตลอดเวลา แต่จะใช้ความพยายามตามสมควรในการดูแลความปลอดภัยและแก้ไขเหตุขัดข้อง

ข้อกำหนดนี้ไม่ยกเว้นความรับผิดที่บริษัทไม่อาจยกเว้นได้ตามกฎหมาย และไม่ใช้กับความเสียหายที่เกิดจากการกระทำโดยจงใจหรือประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงของบริษัท

21. ความรับผิดของผู้ใช้

ผู้ใช้ต้องรับผิดชอบต่อการกระทำที่ผิดกฎหมาย การละเมิดสิทธิของผู้อื่น หรือการฝ่าฝืนข้อกำหนดของตนเอง และต้องชดใช้ความเสียหายที่เกิดขึ้นจริงแก่บริษัทหรือบุคคลภายนอกตามที่กฎหมายกำหนด

22. กฎหมายที่ใช้บังคับ

ข้อกำหนดนี้อยู่ภายใต้กฎหมายไทย ข้อพิพาทใดให้อยู่ในเขตอำนาจของศาลไทยที่มีอำนาจพิจารณาตามกฎหมาย

คำวินิจฉัยของบริษัทเกี่ยวกับการบริหารระบบ การตรวจสอบคะแนน และการบังคับใช้กติกาถือเป็นที่สุดในกระบวนการของผู้จัดงาน เว้นแต่ขัดต่อกฎหมาย คำสั่งศาล หรือคำสั่งของหน่วยงานที่มีอำนาจ